ดูหนังออนไลน์ในแอพยังไง ให้ฟิน เหมือนดูในโรง!

ในปัจจุบันนี้มี App ดู ดูหนังออนไลน์ มากมายที่ให้บริการกันอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังมีผู้บริการที่ถ่ายทอดการดูหนังให้เราดูที่มีเนื้อหาความบันเทิงที่หลากหลาย เช่น รายการทีวี สารคดีหนังหรือการ์ตูน และก็ยังมีอีกมากมาย ในสมัยนี้แน่นอนเลยค่ะว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายมากกว่าแต่ก่อน ก็จะสามารถรับชมความบันเทิงเหล่านี้ได้ทั้งใน โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ทุกๆคนได้สนุกกับเนื้อหาที่ได้ดูอย่างไร้ขีดจำกัด
แต่ก็อย่างว่ามันเป็นการดูหนังที่บ้านไม่ใช่โรงภาพยนตร์ แต่เพื่อนๆหลายๆคนก็คงอยากจะสนุกกับการดูหนังให้มากขึ้นแม้จะดูที่บ้าน วันนี้จึงมีวิธีดีๆมาฝากที่จะทำให้ทุกคนได้สนุกกับการดูหนังที่บ้านผ่านแอปด้วยละคะ
ดูยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงภาพยนตร์
1. ลำโพงดังๆ
แน่นอนว่าเมื่อจะดูหนังก็จะต้องเปิดดังๆให้ได้อรรถรสมากขึ้น ยิ่งเปิดลำโพงดังแบบให้ได้ยินไม่ต้องดังจนข้างบ้านขว้างรองเท้ามานะคะ ลองลงทุนซื้อลำโพงดีๆสักอันนึงหรือจะซื้อแบบเล็กๆไปก่อนก็ได้ มันจะทำให้เข้าถึงทุกอารมณ์ของตัวละครและรู้สึกอินไปกับหนังมากขึ้น ไม่อยากรบกวนคนอื่นก็ลองซื้อหูฟังมาใส่ดีกว่า เพราะหูฟังนอกจากจะเก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังไม่ก่อความน่ารำคาญและรบกวนผู้อื่นอีกด้วย
2. จอใหญ่ๆ
ถ้าหากรู้สึกว่าดูหนังผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ไม่สะใจ! แนะนำเลยว่าให้ลงทุนซื้อจอทีวีใหญ่ๆมาสักเครื่องเพื่อที่เอาไว้ดูหนัง การดูในทีวีจะได้ภาพที่จุกใจเต็มตาและเห็นได้ทุกรายละเอียด แนะนำว่าให้ซื้อลำโพงดีๆมาสักตัวคู่กับจอทีวีไปเลย รับรองได้ว่าจะฟินยิ่งกว่าอะไรและรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในหนังเลยละ แล้วยิ่งเป็นหนังสยองขวัญด้วยนะเพิ่มความน่ากลัวขึ้นไปอีก
3. ดูยังไงไม่ให้เมื่อย
สำหรับคนที่ดูผ่านมือถือแท็บเล็ต เชื่อเลยว่าจะต้องประสบปัญหากับการปวดเมื่อยฝ่ามือหรือข้อมือแน่นอน เวลาที่ดูหนังในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ จริงๆมันอันตรายมากเลยค่ะถ้าหากถือดูอยู่ เพราะฉะนั้นวิธีแก้เลยก็คือลองหาแท่นวางมือถือแท็บเล็ตมาวางแทนการถือดีกว่า แต่อย่าลืมว่าที่วางนั้นจะต้องสามารถตั้งสูงในระดับสายตาเราได้ด้วย เพื่อป้องกันการปวดคอนั่นเอง
ทั้ง 3 วิธีนี้ก็คือเป็นวิธีการดูหนังออนไลน์ในแอพยังไงให้ฟินเหมือนดูในโรงนั่นเอง วิธีที่ได้แนะนำไปนี้ก็หวังว่าจะถูกอกถูกใจทุกคนกันนะคะ แล้วอย่าลืมนำไปใช้กันด้วยล่ะเพื่อที่จะได้ดูหนังสนุกมากขึ้น

หมวดหมู่บทความ
ผู้ให้การสนับสนุน

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on print
Print
Share on email
Email

No Comments

Leave a Reply

On Key

Related Posts

4 หนังที่สนุกโครต! จนลุ้นอยากให้มีภาคต่อ

มี หนังชนโรง บางเรื่องที่สนุกมากๆจนรู้สึกว่าอยากให้ทำภาคต่อ แต่แล้วสิ่งที่หวังไว้กับพังทลายลง….ถึงแม้ว่าหนังในบางเรื่องนั้นจะทำรายได้ดีในประเทศไทย แต่ว่าในต่างประเทศแล้วกลับขาดทุนแบบยับเยิน วันนี้เราจะพามารู้จักกับ 4 หนังออนไลน์ที่สนุก จนลุ้นอยากให้มีภาคต่อเลยจริงๆ 1 | John Carter (2012) หนังในตำนานของดิสนีย์ที่มีทุนสร้างอยู่ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเก็บรายได้ทั่วโลกไปได้แค่ 284 ล้านดอลลาร์เท่านั้น สำหรับในไทยนั้นมีกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากว่าเป็นหนังที่ดูสนุกและมันส์แบบสุดๆ ในเนื้อเรื่องนั้นเกี่ยวกับอดีตนายทหารยศร้อยเอกผู้ที่เบื่อหน่ายสงคราม เลยถูกส่งตัวไปยังดาวบาร์ซูมที่ลึกลับ แล้วเขาก็ได้ไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งครั้งใหญ่ของผู้ที่อยู่บนดาวดวงนั้น และแล้วเขาจะทำยังไงเมื่อมหาสงครามแห่งดวงดาวกำลังจะอุบัติขึ้น

7 หนังแอนิเมชั่น ที่ได้ข้อคิดในการใช้ชีวิต

หลายครั้งที่เราอยากจะหนีออกจากความเป็นจริง แล้วหันเข้าสู่โลกของแอนิเมชั่นหรือ ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง แทน… เพื่อนๆรู้ไหมว่าในหนังแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับโลกของเราไว้มากมาย ไม่ว่าจจะเป็นการให้แง่คิด การรณรงค์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่แอนิเมได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวภาพที่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยแง่คิดต่างให้เราได้นำกลับไปคิด วันนี้เราจึงรวมแอนิเมชั่นที่สะท้อนสังคม ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิต ที่ให้แง่คิดกับผู้ชม มาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องไหนกันบ้าง… 1 : The Lion King (1994) ระยะเวลา : 89 นาที เป็นเรืองราวที่เกี่ยวเหล่าสิงโต

6 หนังออนไลน์แนวดราม่า ที่ดูแล้วได้แรงใจ!

ถึงแม้ว่า หนังออนไลน์ แนวดราม่านั้น….อาจจะดูแล้วปวดหัวแล้วไม่ได้สวยงามเหมือนแนวอื่นๆ นี่คือสิ่งที่หลายคนอาจจะคิด แต่จริงๆแล้วถึงแม้จะเป็นแนวดราม่าแต่มันก็เป็นแนวที่ ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ยังคงอยู่ในใจ และให้มุมมองการใช้ชีวิตต่างๆได้ดี วันนี้เราเลยจะเอา 6 เรื่องแนวดราม่าที่ เมื่อดูจบแล้วจะให้คุณได้รับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างแน่นอน 1 : Seabiscuit เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวกับการแข่งม้า ที่มีหมาตัวหนึ่งเกิดมาตัวเล็กแล้วมีตำหนิจึงไม่อยากมีใครรับไปเลี้ยง แต่ก็มีชายหนุ่มรูปร่างผอมเล็กคนหนึ่ง เขาตั้งใจที่จะรับม้าตัวนี้ไปฝึกและเลี้ยงดูมันด้วยความตั้งใจ จนได้กลายเป็นม้าแข่งที่ได้เรียนรู้ทั้งความพ่ายแพ้และชัยชนะร่วมกันกับเจ้าของ 2 : The Pursuit of Happiness